4 ข้อ เซเนกัลคว้าแชมป์แชมป์แอฟริกันสมัยแรก

สานฝันให้คนทั้งชาติ ซาดิโอ มาเน่ นำทัพทีมชาติเซเนกัล ด้วยการคว้าแชมป์ศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ สมัยแรก ได้สำเร็จ ด้วยการดวลจุดโทษชนะ อียิปต์ 4-2 หลัง 120 นาทีเสมอกัน 0-0 เกมนัดชิงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แทงบอลออนไลน์ ในขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่สามารถนำทัพ เดอะ มัมมี่ ประสบความสำเร็จได้ ทั้งๆที่พวกเขาต้องใช้พละกำลังมหาศาลตั้งแต่รอบน็อกเอาต์จนถึงเกมสุดท้าย แต่บทสรุปคือความเจ็บปวดที่สุดจะเกินบรรยาย

  1. ดราม่า ซาลาห์-มาเน่ กับจังหวะพรายกระซิบ
    กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับจ้องอย่างมาก เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีส่วนอย่างยิ่งในการช่วยให้ อียิปต์ แทงบอล  ไม่เสียประตูตั้งแต่ต้นเกมในนัดชิง แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์

เซเนกัล ได้จุดโทษจังหวะที่ ซาลิอู ซิสส์ แตะบอลเข้าไปในเขตโทษก่อนโดน โมฮาเหม็ด อับเดลโมเน็ม  แข้งอียิปต์เตะร่วง โดยจังหวะนี้กรรมการไม่รอช้าเป่าให้เป็นจุดโทษทันที

แน่นอนว่า ซาดิโอ มาเน่ มือสังหารประจำทีมรับหน้าที่พิฆาตจังหวะนี้ แต่ในขณะเดียวกัน บังโมได้เดินเข้ามาแนะนำอะไรบางอย่างกับ โมฮาเหม็ด อาบู กาบาล โดยไม่มีใครรู้ว่า ซาลาห์ พูดอะไร แต่หลังจากนั้นโกลมัมมี่ สามารถเซฟลูกโทษของ สตาร์เบอร์1 เซเนกัล ได้สำเร็จ

คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ คิง ออฟ อียิปต์ จะรู้ไส้รู้พุงของ มาเน่ เพราะทั้งคู่เล่นร่วมกันที่ ลิเวอร์พูล มานานหลายปี  และการกระทำแบบนั้นอาจจะส่งผลต่อสปิริตของทั้งคู่ ต่อให้พวกเขาจะได้ชื่อว่าเป็นมืออาชีพก็ตาม แต่ก็คงอดไม่ได้ที่จะมีอาการกินแหนงแคลงใจกันบ้าง

  1. บทสรุป มาเน่ ทำสำเร็จ
    เกมนัดชิงศึกจ้าวลูกหนังกาฬทวีปในครั้งนี้ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นการปะทะกับของสองแข้งที่ว่ากันว่าเก่งที่สุดในทัพ ลิเวอร์พูล นั่นก็คือ ซาลาห์ กับ มาเน่

ทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มพีคสุดๆ แทงบอลออนไลน์ ในการเล่นให้กับทัพ หงส์แดง ขณะเดียวกันพวกเขาก็ถือเป็นผู้เล่นตัวความหวังของประเทศชาติ ดังนั้นการฟาดกันของสองดาวยิงลิเวอร์พูล จึงได้รับความสนใจจากทั้งสาวก เดอะ ค็อป และคอลูกหนังทั่วโลก

จะว่าไปแล้วก่อนเกมนี้ บังโม กับ มาเน่ ยังไม่เคยได้สัมผัสแชมป์ระดับชาติเลย แม้ว่า ซาลาห์ เกือบที่จะได้ครอบครองมาแล้วครั้งหนึ่งแต่น่าเสียดายที่แพ้ให้กับ แคเมอรูน เมื่อ 5 ปีก่อน

เช่นเดียวกับ สตาร์ดังแห่งทัพ สิงโตแห่งเตรังก้า เมื่อเขาต้องน้ำตาตกจากการแพ้ในเกมนัดชิงต่อ แอลจีเรีย เมื่อปี 2019 ดังนั้นนี่คือโอกาสทองที่คนใดคนหนึ่งจะได้สมหวัง ขณะเดียวกันที่อีกคนต้องผิดหวังต่อไป

บทสรุปสุดท้าย ซาลาห์ แทงบอล ยังคงต้องรอความสำเร็จในระดับชาติต่อไป ขณะที่ มาเน่ สามารถเดินทางกลับไปที่แอนฟิลด์ พร้อมกับตำแหน่งนักเตะจ้าวแห่งกาฬทวีปได้สำเร็จ

  1. สิงโตแห่งเตรังก้า ก้าวสู่การเป็นเจ้าป่ากาฬทวีปที่รอมานาน
    เซเนกัล แทงบอลออนไลน์ สามารถสร้างนักเตะชั้นนำขึ้นมาประทับวงการฟุตบอลมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เดมบา บา, ปาเป้ บูบา ดิย็อป และ เอล ฮัดจิ ดิยุฟ เป็นต้น แต่สิ่งที่พวกเขายังไม่เคยเติมเต็มความยิ่งใหญ่ก็คือแชมป์ในทวีปแอฟริกา
  2.      ก่อนหน้าที่เกมนัดชิงจะระเบิดขึ้นในวันอาทิตย์ เซเนกัล ยังไม่เคยได้รับเกียรติยศในระดับชาติเลย พวกเขาทำได้แค่เฉียดไปเฉียดมา เมื่อเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ในปี 2002 และ 2019 แต่วาสนาไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ในปี 2002 เซเนกัล ชวดแชมป์อย่างน่าเจ็บปวด และเป็นอะไรที่ยากจะรับได้ เมื่อทีมพ่ายจุดโทษต่อ แคเมอรู และ อลิยู ซิสเซ่ ซึ่งเป็นเทรนเนอร์ทีมชาติคนปัจจุบัน ก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิงจุดโทษไม่เข้าด้วย

อย่างไรก็ตามตอนนี้ ซิสเซ่ สามารถลบความทรงจำที่แสนเจ็บปวดได้แล้ว เมื่อเขาเป็นผู้นำ เซเนกัล ผงาดคว้าแชมป์ด้วยการดวลจุดโทษ ที่สำคัญก่อนหน้านี้มีเสียงวิจารณ์อย่างหนักนับตั้งแต่ที่ได้รับการแต่งตั้งให้กุมบังเหียนเซเนกัลเมื่อเดือนมี.ค. 2015

สำหรับตอนนี้ทุกๆ คนในประเทศคงพร้อมใจซูฮกให้กับ ซิสเซ่ ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการลูกหนัง เซเนกัล และแน่นอนว่าเขาคือตำนานผู้นำความยิ่งใหญ่คืนสู่บ้านเกิดอย่างแท้จริง

  1. อียิปต์ผ่าด่านหินแต่จบด้วยความช้ำ
    นับตั้งแต่รอบน็อกเอาต์เป็นต้นมา หากเทียบเส้นทางของ อียิปต์ กับ เซเนกัล แล้ว ต้องยอมรับว่าทัพ เดอะ มัมมี่ ต้องปะทะกับคู่แข่งที่ทั้งเขี้ยวและหินกว่า เซเนกัล หลายเท่า

ไม่ว่าจะเป็นการดวลกับเต็ง 1 อย่าง ไอวอรี่ โคสต์ ซึ่งต้องฟาดฟันกันจนถึงฏีกา จากนั้นก็มาฟัดกับ โมร็อกโก และ อียิปต์ ก็ต้องสู้ไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษกว่าจะชนะได้ ตามด้วยการปะทะกับ แคเมอรูน เจ้าภาพ พวกเขาก็ต้องอาศัยการดวลจุดโทษ เพื่อกรุยทางเข้าสู่นัดชิง

แม้แต่ในเกมสุดท้ายของศึกชิงจ้าวทวีปแอฟริกา เหล่าขุนพลฟาโรห์ ก็ต้องสู้ยิบตาตลอด 120 นาที แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่สามารถปิดจ็อบได้สำเร็จ เมื่อพ่ายจุดโทษให้กับ เซเนกัล อย่างน่าเจ็บปวด

ต้องยอมรับว่าเส้นทางของ อียิปต์ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย พวกเขาสู้กับคู่แข่งที่แข็งแกร่งมากๆ และต้องใช้พละกำลังตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้ายจนถึงนัดชิง ในการเล่นตลอด 120 นาที

บทสรุป อียิปต์ จะเป็นแค่พระรองต่อไป แต่อย่างน้อยๆ พวกเขาก็แสดงให้โลกได้เห็นแล้วว่าเหล่าพลพรรค เดอะ มัมมี่ แข็งแกร่งทั้งสภาพร่างกาย และจิตใจ